<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress.com" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Kitiyaporn's Weblog</title>
	<link>http://kitiyaporn.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Oct 2009 06:24:05 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>th</language>
	
	<item>
		<title>กวีขี้เกียจ</title>
		<description><![CDATA[นั่งมอง ดู ทะเล ไกวเปล แกว่งไป 
เสียงคลื่น ลมซัดใส่
ไหวใจ ให้ เอนเอียง
&#8230;..
นั่งมอง ดู ทะเล  ว้าเหว่ กว้างไกล
ออกเรือ ออกไป
พัดใหญ่ เจ้าคลื่นลม
&#8230;..
เหม่อมอง ทะเลไกล มองฟ้าใหม่ หมุนเวียน
คลายใจ ขื่นขม แปรเปลี่ยน
ผืนทรายเวียน ซัดซา
 
 
 
 
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=92&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2009/10/11/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เด็กๆ อ่านหนังสือ</title>
		<description><![CDATA[ตาดู หูฟัง ปากพูด มือเขียน
บนโลกใบนี้ มีอะไรเป็นคู่ๆ มากมาย
ไม่ว่าจะ มนุษย์  ชาย-หญิง
กลางวัน &#8212; กลางคืน ดวงอาทิด &#8212; ดวงตะวัน
อวัยวะ&#8230;เป็นคู่แขนสองข้าง ขาสองข้าง  ตา2ข้าง หู2ข้าง แม้แต่จมูก ก็ รูซ้ายขวา
ปากก็ยัง มีสอง คือ ปากบนกับปากล่าง
555
มีคนบอกว่าใรตั้งใจ ฟัง มากกว่าที่จะ พูด
การฟังไม่ต้องหัดฟัง เราฟังได้ตั้งแต่เกิด แต่การพูดเราต้องหัดพูด  ทั้ง ภาษา ออกเสียง พูด ไพเราะ ชัดเจน ถูกต้อง ไม่โกหก พูดให้คนเชื่อถือ พูดเรื่องดีดี ไมม่พูดนินทาว่าร้าย ฯลฯ
 การฟังทำให้เราได้รับข้อมูล แต่การพูดเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชนืรึว่าไม่เป็นก็ได้
ดังนนั้นเราจึงควรเรียนร฿ที่จะฟังอย่างมีสติ และฟังให้เข้าใจ ตีความหมายของสิ่งที่ฟังอย่างถูกต้อง ก็ จะทำให้เราได้รับประโยชน์อยากการฟังได้มากขึ้นทีเดียว
 
การอ่านทำให้เราได้รับความรู้ได้มาก&#8230;ไม่เชื่อลองดู
การอ่าน ทำให้เราใช้ ตาดู หัวคิด บางคนอาจมีนิ้วชี้ อ่านออกเสียงหรือว่าอ่านไม่ออกเสียงก็ได้ ซึ่งก็ล้วนแต่ ทำให้เราสร้างความคิดขึ้นมาทั้งนั้น
เวลาอ่านแต่ละคนจะมีเทคนิคการอ่านที่ไม่เหมือนกันในการอ่านให้เข้าใจในเรื่องนั้น&#8230;
เพราะการที่จะอ่าน ให้รู้เรื่องถ้วนถี่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนกันหน่อย..
บางนจึงต้องอ่านซ้ำไปซ้มากับข้อความเดิมๆ เพื่อให้ คิด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=90&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2009/05/10/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>love</title>
		<description><![CDATA[ความรู้สึกเป็นความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นธรรมชาติต่อใครสักคน ทำให้เรารู้สึกอยากสนิทสนมอยากอยู่ใกล้และอยากสัมผัส
เมื่อคน 2 คน เข้าใจเปิดใจพูดคุยยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ความสุขรักจึงเกิดขึ้น
“เซ็กส์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง”ของความรักเท่านั้น เพราะความรักอาจแนบแน่นได้ ด้วยกิจกรรมอื่นๆร่วมกัน นอกเหนือจากการมีเซ็กส์
ความรัก
ความรัก เป็นอารมณ์และการตอบสนองที่เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ การเรียนรู้จากความรักมักเริ่มจาก ความรักในลักษณะพึงพา (Anaclitic Love) ซึ่งไม่ได้พื้นฐานมาจากความต้องการทางเพศ แต่เป็นความรักที่ประกอบไปด้วยเหตุผล ความเอื้ออาทร และปรารถนาดีต่อกัน จากนั้นเมื่อเข้าสู่วัยหญิงชายหนุ่มสาว ก็จะได้เรียนรู้ถึงความรักของชู้สาว (Romantic Love) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความต้องการทางเพศอันเป็นผลมาจากอิทธิพลของโฮโมนเพศ
หญิงชาย ที่มีความรักและมีเป้าหมายเพื่อร่วมทางแห่งชีวิตสมรสด้วยกันจึงต้องมีความ รักทั้งสองประเภทประกอบกัน หากมีเพียงความรักที่เกิดจากความต้องการทางร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว สิ่งที่ตามคือความล้มเหลวในชีวิตรัก เพราะเมื่อร่างกายของคู่รักเปลี่ยนแปลงไปความเบื่อหน่ายก็จะเกิดขึ้น และจบลงด้วยการแสวงหาคนใหม่เพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป สิ่งที่ต้องระมัดระวังอีก ประการ หนึ่งคือ ต้องแยกให้ออกระหว่างความรักกับความพึงพอใจซึ่งทั้งสองสิ่งอาจมีความคล้าย คลึงกันจนยากที่จะแยกให้เห็นความแตกต่าง โดยเฉพาะในกรณีวัยรุ่นที่ไม่มีประสบการณ์
ความพึงพอใจ เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นจากความรู้สึกสนใจอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ จนเกิดความพึงพอใจและลุ่มหลง แต่ความพึงพอใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากและไม่ยั่งยืน มักเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป
ความรัก มีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวคนที่ตนรัก แต่ความพึงพอใจมีศูนย์อยู่ที่ความต้องการของตนเอง แม้ความ พึงพอใจจะสามารถพัฒนาไปสู่ความรักก็ตาม แต่เราก็ควรตระหนักและรู้เท่าทันความรู้สึกของเราว่ากำลังเกิดความรักหรือ ความพึงพอใจ
หนุ่มสาวเมื่อรักกัน
หนุ่มสาวเมื่อรักกันก็อยากอยู่ใกล้กัน ความใกล้ชิดและการอยู่ด้วยกันลำพังสองต่อสองในที่ลับตาคนอาจนำไปสู่การมีเพศ สัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ เพราะผู้ชายมักจะคิดไว้แล้ว โดยที่ผู้หญิงมักจะเคลิบเคลิ้มตามได้หากคิดจะมีเพศสัมพันธ์ให้ลองทบทวนว่า
เราทั้งสองคนพร้อมที่จะมีอะไรกันหรือยัง
เราสามารถที่จะรับผิดชอบทุกสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ แน่ใจหรือเปล่า
พ่อแม่ที่สองฝ่ายยอมรับเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่า
ผู้หญิง…..หากคิดว่าไม่พร้อมถ้าจะมีอะไรก่อนแต่งงาน ควรพูดให้ผู้ชายเข้าใจก่อนจะเคลิบเคลิ้มตามไป
ผู้ชาย…..ควรรับฟังและใส่ใจความรู้สึกของคนรักไม่ควรคิดเอาแต่ฝ่ายเดียว
นิยามความรักของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ความรักไม่ต้องการแค่วันเดียวความรักไม่เกี่ยวกับวันไหน
ความรักไม่ต้องมีเวลาใด ความรักไม่ต้องการให้ใครชี้
ความรักไม่ต้องมีข้อวิจารณ์ ความรักไม่ต้องการกดขี่
ความรักไม่ต้องการให้ใครตราตี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=88&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2009/02/07/love/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความขี้เกียจ</title>
		<description><![CDATA[ขี้เกียจหรือเกียจคร้าน เป็นหนึ่งในอบายมุข ๖ อบายมุขแปลว่า &#8220;ทางเสื่อม&#8221; ครับ การแก้ขี้เกียจต้องเริ่มที่อิทธิบาท ๔ ต้องสร้างเสริมกำลังอิทธิบาท ๔ ให้งอกงามขึ้นในใจให้ได้ และต้องทำด้วยตนเองครับ ไม่สามารถซื้อหาได้หรือให้คนอื่นสร้างให้ได้ เมื่อพ้นจากความเกียจคร้านได้ ก็จะพ้นความเสื่อมข้อนี้ได้ในฉับพลันทันที ไม่ต้องรอถึงชาติหน้าครับ
ขยายความอิทธิบาท ๔ ได้แก่
๑. ฉันทะ (ความพอใจที่จะทำกิจการงาน)
๒. วิริยะ (ความเพียรหรือขยันที่จะทำงาน)
๓. จิตตะ (ความเอาใส่ใส่ที่จะทำงานให้สำเร็จ)
๔. วิมังสา (การประเมินผลงานที่ทำแล้ว)
ขยายความอบายมุข ๖ (ทางเสื่อม ๖ อย่าง)
๑. คบคนชั่วเป็นมิตร
๒. เกียจคร้าน
๓. เที่ยวกลางคืน
๔. เที่ยวตะลอนไม่มีแก่นสาร
๕. เล่นการพนัน
๖. ดื่มน้ำเมาพี้ยาเสพติด
 
กิเลส มี ๑๐ ประการ คือ
๑. โลภกิเลส เศร้าหมองและเร่าร้อนเพราะยินดีชอบใจในอารมณ์ ๖
๒. โทสกิเลส เศร้าหมองและเร่าร้อนเพราะไม่ชอบใจในอารมณ์ ๖
๓. โมหกิเลส เศร้าหมองและเร่าร้อนเพราะความมัวเมาลุ่มหลง ไม่รู้สึกตัว ปราศจากสติสัมปชัญญะ
๔. มานกิเลส เศร้าหมองและเร่าร้อนเพราะความทนงตนถือตัว
๕. ทิฏฐิกิเลส เศร้าหมองและเร่าร้อนเพราะความเห็นผิดจากเหตุผลตาม ความเป็นจริง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=86&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>มาเนี่ย</title>
		<description><![CDATA[อากาศหนาว กับหนุ่มผมยาว
ฮะฮ้า
เรา ต้องรู้ จัก ให้ อภัย ตัวเอง
ไม่ว่าเรา จะทำผิด กี่ครั้ง ก็ ต้องรู้จัก ยกโทษ ให้ ตัวเอง
ไม่งั้น ใครจะ ให้ อภัยเรา
^____^
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=84&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/11/17/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ad libitum</title>
		<description><![CDATA[ วั น ห นึ่ ง ก็ ถึ ง  เว ล า ที่ ฉัน ไม่ ต้ อ ง ขึ้ น- ล่ อ ง แบ บ  เ ก่า  อีก  ชี วิ ต ค น เร า มี   &#8221; วั น ห นึ่ ง&#8221;   เ ส ม อ   วัน ห นึ่ ง ที่ เ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=70&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/08/11/ad-libitum/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ร้องเพลง</title>
		<description><![CDATA[ 







 
 

One day,I woke up just to realize.
That there is no more sunshine.
And no more love in the sky&#8230;
Tried and tried to let go of what was mine,
Love that I thought was so fine.
Keeps holding my heart,won&#8217;t let go&#8230;
* One kiss for goodbye. One touch for the last time.
Just one more chance to be in your [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=52&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/08/09/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ครั้งIC</title>
		<description><![CDATA[changes


กลับจากไปดูงานมา หนุกดีว่ะ อยากไปอีก arrive.. LP
รถวิ่งจากเชียงใหม่ กลับมาที่บ้านเราหะหะ
เข้าไปดูโรงไฟฟ้าแม่เมาะลำปางกว้างจิงๆ
และจากนั้นก็เตรียมวิ่งรถไป ยุดยา ตามเคยอีกแหละต้องแวะ คอนหวันก่อนเหอะๆ 
 ค้างที่ ยุดยา สองคืน เพื่อไปดูงานที่ สระบุรีอืม&#8230;ประทับใจมากๆกะ บริษัท อายิโนะโมโต๊ะ ^^โครงสร้าง แผนผัง ตัวอาคาร ตึกเชื่อมตึก สนามหญ้าสวยงาม
ในlineการผลิตสะอาดมาๆ ถูกใจ พร้อมกะลังขยายบริษัท กาแฟเบอร์ดี้ น่าสนใจ
 
แต่ที่สุดๆ ก็ไอ่ยางบริดจ์สโตน หือ เลย แบบว่า เอาเจ็บคอซะ ไอดื่มไม่หร่อยเลย ^^
ระยะทางในlineการผลิตยาวประมานโลกว่าๆ ต้องกลั้นใจเดิน  หายใจทางปากไง เลยสะอาดด&#8230;คอ  -*-
แต่ยางยี่ห้อนี้มันมีสองตรายี่ห้อที่เคยงงอยู่
 จะบอกให้ว่าการผลิตเหมือนกัน ยางคุณภาพเหมือนกัน แต่ราคาต่าง ก็คือ
 ไอ่ยาง Firestone กะ Bridgstone 
เป็นกลยุทธ์ในเรื่องของตรายี่ห้อ
ออกจากยุดยามามุ่งสู่ ระยอง เจอพวกเด็ก เคมเพียว มาเหมือนกัน เหอะๆ 
เข้าพักที่นี่ บ้านพร้อมพง หน้าหาดแม่รำพึง หะหะ สยองเลย *-*
ก็ไปดูงานที่ ferro อบอุ่นมากๆ รุ่นพี่แผนสองอยู่เยอะ เป็นที่ผลิต [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=50&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/08/09/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87ic/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สิ่ง</title>
		<description><![CDATA[ความคิด-เป็น-ตัวก่อเกิด-ตัวกำหนด-การกระท-การแสดงออก-ของ-คนเรา
ความเชื่อ-ก็เป็น-ตัวสนับสนุน-ให้ลงมือ-ทำ-ตามที่-เชื่อมั่น-มั่นใจ
สิ่ง-ที่มี-ค่า-ที่สุด-ในชีวิต-เวลา
เป็น-มิติ-ซับซ้อน
อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต 
อยู่-ที่ปัจจุบัน-ตรงนี้-มีใคร-อยู่-ที่อดีต-อนาคต-หรือเปล่า
โอกาส-มองเห็น-มีมั๊ย
สายตา-มี-ความสามารถ-เพียง-เท่านี้-เอง
มนุษย์-ธรรมดา-ที่ยัง -ไม่เข้าใจ-อะไร-อีกหลาย-สิ่ง
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=39&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/08/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>นิทานโรแมนติก</title>
		<description><![CDATA[กระต่ายน้อยกับเงาจันทร์

มีนิทานปรัมปราเรื่องหนึ่ง
เกี่ยวกับกระต่ายน้อยที่หลงรักพระจันทร์
ในสมัยโบราณ
พระจันทร์ไม่ได้มีสีเหลืองอ่อนและอยู่ห่างไกลจากโลกอย่างเช่นทุกวันนี้
แต่พระจันทร์มีสีชมพูอ่อนๆและแสงของพระจันทร์ก็ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในเวลาค่ำคืน
สัตว์น้อยใหญ่มักชอบมาอาบแสงจันทร์และพูดคุยกับพระจันทร์
มันเป็นช่วงเวลาของอดีตกาลที่แสนสงบสุข
มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง
เธอหลงรักพระจันทร์
แต่เธอไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้พระจันทร์
เธอกลัวว่าพระจันทร์จะไม่ชอบเธอ
กระต่ายน้อยแอบมองพระจันทร์พูดคุยกับสัตว์อื่นๆทุกคืน ทุกคืน
เธออิจฉาสัตว์เหล่านั้นที่ได้ใกล้ชิดพระจันทร์ที่แสนสวย
อีกทั้งได้รับความอบอุ่นจากพระจันทร์
กระต่ายน้อยแอบอิจฉาในใจ
ไม่อยากให้ใครได้พูดคุยกับพระจันทร์
ไม่อยากให้ใครได้รับแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนจะอบอุ่นจากพระจันทร์
เธอจึงวางแผน
ในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์สาดแสง
พระจันทร์ออกท่องเที่ยวไปยังดินแดนส่วนอื่นของโลก
กระต่ายน้อยออกไปบอกสัตว์น้อยใหญ่ในป่า
ว่าคืนนี้จะมีอุกกาบาตนับพัน
ตกลงมาจากฟากฟ้า
ขอให้พี่น้องสัตว์ป่าหลบภัยยังสถานที่ปลอดภัย
อย่าได้ออกมาข้างนอกในคืนนี้
ราตรีล่วงเข้ามา
ไม่มีสัตว์ใดๆเลยออกมารับแสงจันทร์ในคืนนี้
พระจันทร์แปลกใจมาก
ได้แต่เรียกหาสัตว์ต่างๆที่คุ้นเคย
แต่กลับปรากฏร่างของกระต่ายตัวเล็กๆที่ไม่คุ้นตา
&#8220;สวัสดีกระต่ายน้อย&#8221;
&#8220;สวัสดีค่ะคุณพระจันทร์&#8221;
&#8220;เธอรู้ไหมว่าสัตว์ทั้งหลายไปไหน&#8221;
&#8220;สัตว์ทั้งหลายให้ข้าเป็นตัวแทนมาบอกท่านว่าพวกเขาเบื่อท่านแล้ว ไม่ชอบท่านแล้ว&#8221;
&#8220;จริงหรือ?&#8221;
&#8220;แต่ข้ารักท่านนะ ท่านพระจันทร์ที่แสนสวยงาม ข้ารักแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนอบอุ่นของท่าน แม้ว่าคนอื่นๆจะไม่รักท่านก็ตาม&#8221;
&#8220;กระต่ายน้อยอย่าปลอบใจข้าเลย&#8221;
&#8220;ข้ารักท่าน ขอติดตามท่านไปได้หรือไม่&#8221;
&#8220;กระต่ายน้อย เจ้าคงไม่ได้รักข้าหรอก ข้าเป็นแค่วัตถุกลมโตที่ส่องแสงแห่งความอบอุ่นเท่านั้น ข้าไม่ได้พิเศษอะไรเลย และมาตอนนี้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่ต้องการข้า ไม่อยากพูดคุยกับข้าแล้ว ข้าเสียใจเหลือเกิน&#8221;
&#8220;&#8230;..แต่ข้าต้องการท่านน..&#8221;
ก่อนสิ้นเสียงของกระต่ายน้อย
พระจันทร์ที่แสนเสียใจ ที่ทุกคนทิ้งเธอไป
ค่อยๆหรี่แสงลงไป
แล้วแสงของเธอค่อยๆซีดลง ซีดลง
พร้อมกันนั้นร่างของเธอค่อยๆลอยขึ้น
หระจันทร์ไม่ทันได้ฟังแม้แต่คำรำพันของกระต่ายน้อย
เธอค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
โดยมีมวลหมู่เมฆที่อยู่เบื้องบนค่อยๆโอบรับพระจันทร์เอาไว้
&#8220;ท่านพระจันทร์ ข้าขอโทษ&#8221;
แต่มันสายไปแล้วล่ะ กระต่ายน้อย
ตั้งแต่นั้นมาทุกค่ำคืน กระต่ายน้อยได้แต่นั่งริมลำธาร
เฝ้ามองเงาของตัวเองเคียงคู่พระจันทร์
เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง
พระจันทร์จะกลับลงมาหาเธอ
ซักวันหนึ่ง พระจันทร์จะกลับมาอยู่ใกล้ๆเธอ
ซักวันหนึ่ง เธอจะได้รับแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนอบอุ่น
เธอนั่งเฝ้ามองเงาบนผืนน้ำนั้น
พร้อมกับเงาที่สะท้อนหยดน้ำตาในนัยน์ตาเธอ
นานเนิ่นนาน..
คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก
แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อรักเรา
บางทีเราก็ใช้คำว่ารักเป็นข้ออ้างในการแสดงความเห็นแก่ตัว

       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kitiyaporn.wordpress.com&blog=3975503&post=19&subd=kitiyaporn&ref=&feed=1" />]]></description>
		<link>http://kitiyaporn.wordpress.com/2008/06/29/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
